NOOZ ที่นอนคุณภาพดี ส่งฟรีทั่วไทย พร้อมบริการจ่ายเงินปลายทาง  สั่งซื้อเลย

ตื่นเวลานี้ เข้านอนเวลาไหน? แจกตารางเข้านอนฟรี พร้อมวิธีนอนยังไงให้ไม่ง่วง สำหรับชาวออฟฟิศ

เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเราคิดว่านอนเพียงพอแล้ว แต่ระหว่างวันก็ยังง่วงอยู่ ปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิดพลังงานการใช้ชีวิตที่ลดลงไปมาก แต่จริงๆ แล้วเพียงแค่เราเข้าใจกลไกของร่างกายและเข้านอนอย่างถูกวิธี ก็สามารถเปลี่ยนคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ ในบทความนี้ Nooz Sleep จะมาพูดถึงวิธีการปรับเวลาเข้านอน พร้อมแจกตารางเข้านอนที่เหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับชาวออฟฟิศ มาเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ที่ใช้ชีวิตสดใสได้ตลอดวัน!

การเตียมตัวการเข้านอนเพื่อคุณภาพการนอนที่ดี

การจัดเวลานอนให้เข้ากับชีวิตประจำวันจะช่วยให้เรามีลูทีนการเข้านอนที่เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราจดจำและทำให้วันต่อๆ ไปเราสามารถเข้านอน และนอนหลับได้ง่ายขึ้น นี่แหละคือตารางเข้านอนที่เพื่อน ๆ ชาวออฟฟิศสามารถใช้ได้ง่าย ๆ รับรองว่าเริ่มต้นวันใหม่ได้สดชื่นแน่นอน

  • 22:30 เตรียมตัวเข้านอน (ปรับแสงและเสียงให้มืดสงบ)
  • 23:00 เข้านอนและเริ่มนอน
  • 06:00 ตื่นนอน (หากเป็นไปได้ควรตื่นหลังจากการนอน 7-8 ชั่วโมง)
  • 06:30 ออกกำลังกายเช้า หรือทำกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการตื่นตัว
  • 07:30 รับประทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ
  • 08:30 เข้าทำงานด้วยความสดชื่น!

ตารางเข้านอน-นอนตามกฎ90นาที

การทำงานของสมองเราขณะนอนหลับแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือแบบ NON Rapid Eye Movement (หลับลึก) และ Rapid Eye Movement (หลับตื้น)

ช่วงหลับลึก NON Rapid Eye Movement

เป็นการเข้านอนที่แบ่งช่วงเวลาได้อีก 3 ระยะย่อย ๆ คือ

  • ระยะที่ 1 ช่วงเริ่มหลับจะมีอาการงัวเงีย ประมาณ 5-10 นาที
  • ระยะที่ 2 เป็นช่วงเวลาที่หัวใจเริ่มเต้นช้าลง สมองใช้เวลากับการนอนระยะที่ 2 อีก 20 นาที
  • ระยะที่ 3 เข้าสู่ช่วงหลับลึก เป็นช่วงที่ร่างกายของเราจะตอบสนองได้น้อย และได้รับการพักผ่อนมากที่สุด หากตื่นในช่วงเวลานี้ก็มีโอกาสทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ช่วงเวลาหลับลึกใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 80 นาที

ช่วงหลับตื้น Rapid Eye Movement

ช่วงที่เรานอนหลับ สมองเราก็ยังทำงานอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงที่เรียกว่า หลับตื้น หรือ REM (Rapid Eye Movement) ซึ่งเป็นช่วงที่สมองจะทำงานคล้ายกับตอนที่เราตื่น บางคนอาจจะฝันในช่วงนี้บ่อย ๆ ก็เพราะสมองเริ่มทำงานหนัก และในขณะเดียวกันร่างกายก็จะฟื้นฟูทั้งด้านจิตใจและอารมณ์ด้วย

ส่วนใน 1 รอบการนอน หรือที่เรียกว่า Sleep Cycle จะใช้เวลาประมาณ 90 นาที ถ้าเราวางแผนการนอนดี ๆ โดยคำนวณให้ตื่นขึ้นมาในช่วงที่เราหลับในโหมด REM เราจะรู้สึกสดชื่นและไม่งัวเงีย เพราะเราตื่นในช่วงที่สมองทำงานเต็มที่นั่นเอง ทำให้เราเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างเต็มพลัง!

ตารางเข้านอน-นอนยังไงให้ไม่ง่วง

ตารางเข้านอนตามกฎการนอนหลับ 90 นาที ตื่นเวลานี้ เข้านอนเวลาไหน?

ต้องการตื่นเวลา 04.30 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 19.30 น. / 21.00 น. / 22.30 น. / 00.00 น.

ต้องการตื่นเวลา 05.00 น

  • ให้เข้านอนเวลา 20.00 น. / 21.30 น. / 23.00 น. / 00.30 น.

ต้องการตื่นเวลา 05.30 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 20.30 น. / 22.00 น. / 23.30 น. / 01.00 น.

ต้องการตื่นเวลา 06.00 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 21.00 น. / 22.30 น. / 00.00 น. / 01.30 น.

ต้องการตื่นเวลา 06.30 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 21.30 น. / 23.00 น. / 00.30 น. / 02.00 น.

ต้องการตื่นเวลา 07.00 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 22.30 น. / 23.30 น. / 01.00 น. / 02.30 น.

ต้องการตื่นเวลา 07.30 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 22.30 น. / 00.00 น. / 01.30 น. / 03.00 น.

ต้องการตื่นเวลา 08.00 น.

  • ให้เข้านอนเวลา 23.00 น. / 00.30 น. / 02.00 น. / 03.30 น.

ช่วงอายุกับเวลาการนอนที่เหมาะสม

ตารางเข้านอน-นอนตามช่วงอายุ

  • ทารกแรกเกิด (0-3 เดือน) : 14-17 ชั่วโมง
  • เด็กอ่อน (4-11 เดือน) : 12-15 ชั่วโมง
  • วัยเริ่มคลาน (1-2 ปี) : 11-14 ชั่วโมง
  • วัยก่อนวัยเรียน (3-5 ปี) : 10-13 ชั่วโมง
  • เด็กวัยเรียน (6-13 ปี) : 9-11 ชั่วโมง
  • วัยรุ่น (14-17 ปี) : 8-10 ชั่วโมง
  • วัยรุ่นตอนปลาย (18-25 ปี) : 7-9 ชั่วโมง
  • ผู้ใหญ่ (26-64 ปี) : 7-9 ชั่วโมง
  • ผู้สูงอายุ (> 65 ปี) : 7-8 ชั่วโมง

วิธีการนอนให้ไม่ง่วงระหว่างวัน

หลายคนอาจพบว่าตัวเองรู้สึกง่วงระหว่างทำงานในช่วงบ่าย แม้ว่าจะนอนเต็มอิ่มแล้วก็ตาม นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกง่วงตลอดทั้งวัน:

  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีนหลังบ่ายสอง: การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็นจะรบกวนวงจรการนอนของคุณในคืนถัดไป
  • ออกกำลังกายเล็กน้อย: การเดินหรือยืดเส้นยืดสายสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว
  • กินอาหารเช้าดี ๆ: รับประทานอาหารเช้าที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เช่น ไข่ต้ม ขนมปังโฮลวีต หรือโยเกิร์ต ที่จะช่วยให้คุณมีพลังงานไปตลอดวัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟนก่อนนอน: แสงสีฟ้าที่มาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตจะรบกวนการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้ร่างกายพร้อมสำหรับการนอน
0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save